จีเอ็ม ที่เตรียมจะรีแบรนด์ตัวเองด้วยรถอีวี

เปลี่ยนไปตามกระแสของรถสมัยใหม่ไปแล้ว สำหรับทาง จีเอ็ม หรือเจนเนอรัลมอเตอร์ที่ได้ออกแคมเปญใหม่เพื่อโฆษณาทิสงทางของบริษัทว่าจะลงทุนในส่วนของรถพลังงานไฟฟ้ามากขึ้นในอนาคต โดยพวกเขาได้ใช้ชื่อว่าโครงการนี้ว่าเอฟรี่บอดี้อินหรือทุกคนจะมีส่วนเกี่ยวข้องนั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นการพยายามของบริษัทเพื่อจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่อีกครั้ง ทั้งการออกแบบโลโก้ใหม่และเน้นย้ำไปที่การผลิตรถอีวีว่าเป็นเป้าหมายหลักของพวกเขา รวมถึงด้านการตลาดใหม่อีกด้วย แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยว่าพวกเขาเตรียมจะลงทุนไปเท่าไหร่ก็ตาม

จากการโฆษณาของทาง จีเอ็ม นั้น พวกเขาก็ได้เชิญทางมัลคอม แกรดเวล ซึ่งเป็นนักเขียนหนังสือที่ชื่อว่าทิปปิ้งพอยท์และได้สร้างชื่อเสียงให้หมู่นักศึกษาปริญญาโทหลักสูตรบริหารธุรกิจมาเป็นระยะเวลานาน

จีเอ็ม

นอกจากนี้ยังมีนักเล่นเสิร์ฟชื่อดังอย่างเบธานี่ แฮมิลตัน ครูฝึกฟิตเนสอย่างโคดี้ ริกส์บี้และเกมเมอร์อย่างเอริน เอ ซิมม่อนที่ได้มาปรากฏตัวในแคมเปญนี้ นอกจากนี้เหล่าบริษัทลูกของพวกเขาก็จะมีแนวทางของตัวเองแยกออกไปเช่นกัน รวมถึงการตั้งราคาของตัวรถก็น่าจะมีราคาถูกลงเพื่อเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มอีกด้วย

ด้วยความที่จีเอ็มได้ใช้สโลแกนว่า จะไม่มีใครถูกตัดออกไป ซึ่งก็น่าจะมาจากราคารถพลังงานไฟฟ้าอย่างรุ่นแฮมเมอร์อีวีนั้นถูกตั้งราคไว้สูงถึง 112,595 เหรียญสหรัฐและรถอย่างคาดิลแลคไลริคนั้นก็น่าจะเป็นรถครอบครัวสุดหูเช่นกัน จนทำให้บริษัทน่าจะเริ่มหันมาผลิตรถที่มีราคาถูกลงไปมากกว่าเดิม ซึ่งทางซีอีโอของบริษัทอย่างมาร์ค รูสก็น่าจะออกมาเปิ้ดเผยเรื่องนี้ในการมอเตอร์โชว์ครั้งต่อไปของพวกเขา ด้านโลโก้ใหม่ของพวกเขาก็น่าจะถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1964 เลยทีเดียว

จากเดิมที่บริษัทจีเอ็มได้ประกาศออกมาว่าพวกเขาน่าจะผลิตรถพลังงานไฟฟ้าออกมาถึง 30 รุ่นด้วยกัน จนกระทั่งในเวลาต่อมาพวกเขาน่าจะตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบของบริษัทไปทั้งหมดเลย อย่างการเปลี่ยนโลโก้หรือหันไปลงทุนเพิ่มในทางรถอีวีมากกว่าเดิมและน่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปีเลยนั่นเอง

หากคุณไม่อยากพลาดข่าวสารวงการรถ รีวิวรถยนต์และวิธีการดูแลรักษา สามารถเข้ารับชมได้ที่วงการรถ BMWและหากคุณกำลังมองหาเกมคาสิโนออนไลน์บนมือถือ เล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง เราขอแนะนำae casinoรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน ติดตามระบบเบรกอัตโนมัติ ฟีเจอร์สำหรับอนาคต ระหว่างถอยรถ

You may have missed