ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถEV เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องรู้ในการขับขี่

ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถEV เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องรู้ในการขับขี่

ใครที่กำลังมองหารถยนต์สักคัน หรืออยากเปลี่ยนรถใหม่ BMW มือสอง และมองรถ EV คันใหม่ไว้ อาจกำลังต้องการคำตอบ ว่า “ถึงเวลาของรถยนต์ไฟฟ้า” หรือยัง มองไปในตลาดระยนต์เวลานี้ อาจยังมองหาตัวเลือกรถ EV ไม่มากนัก ทั้งรูปแบบ และจากผู้ผลิตเพราะบางรุ่นก็มีราคาเวอร์เกินความจำเป็น ยังไม่โดนใจเท่าที่ควร

ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถEV ที่ปัจจุบันตลาดรถยนต์ก็มีรถ EV ในเลือกได้พอควร ดังนั้นทีมงานจะพาไปดู รถยนต์ไฟฟ้าหรือรถ EV กันดีกว่า เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องรู้ก่อนที่จะซื้อรถ EV สักคัน พร้อมแล้วไปดูกันดีกว่า

ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถEV

ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถEV ที่ต้องศึกษาระบบการทำงานของรถยนต์

ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถEV มาถึงวันนี้ รถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป รถยนต์ที่ใช้2ระบบ เพราะในอดีตก็มีรถยนต์ไฟฟ้าให้ใช้กันมาบ้างแล้ว แต่ยังอยู่ในวงจำกัด ถูกใช้งานในรูปแบบรถเพื่องานเฉพาะอย่าง หรือเป็นการบริการในสถานที่ต่าง ๆ เช่น รถที่ใช้ในสนามกอล์ฟ รถรางไฟฟ้ารอบเมือง รถที่ใช้บรรทุกคนในสวนสัตว์ เป็นต้น ต่อมามีการพัฒนาให้เป็นรถยนต์นั่ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถEV ที่ต้องศึกษาระบบการทำงานของรถยนต์

เพราะยังไม่สามารถพัฒนาแบตเตอรี่ให้บรรจุพลังงานได้สูงพอ ทำให้ใช้งานได้ไม่แพร่หลาย มีข้อด้อยกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื่อเพลิงมากมาย และมีราคาที่สูงโดยไม่มีเหตุที่สมควร แต่ในเวลาต่อมาไม่นานกลับมาเป็นที่นิยม ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถEV ได้มีการพัฒนาให้ดีขึ้น ประกอบกับมีราคาที่ลดลงอย่างมาก จึงกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง

ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถEV มีระบบการทำงานต่างจากรถที่ใช้พลังงานทางเลือกอื่น รถยนต์ EV มีการเคลื่อนที่ได้โดยมอเตอร์ไฟฟ้า และใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานเต็มรูปแบบเพียงอย่างเดียว ในขณะที่รถพลังงานทางเลือกแบบอื่น ๆ สามารถวิ่งได้ด้วนน้ำมัน หรือแก๊ส NGV ดังนี้ 

ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถEV ที่เป็นรถยนต์ระบบไฮบริด

ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถEV ที่เป็นรถยนต์ระบบไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle (HEV) เช่นที่มีให้เลือกได้หลากหลายยี่ห้อ ใช้ได้ทั้งระบบขับเคลื่อน 2 และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มีเครื่องยนต์ระบบสันดาปภายใน ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันเป็นพลังงานขับเคลื่อน และมีระบบมอเตอร์ไฟฟ้าผสมด้วย สามารถทำงานสลับกันไปมาได้ เพื่อเป็นการประหยัดเชื้อเพลิง ขึ้นอยู่กับจังหวะของการขับเคลื่อน และการทำงานของรถแต่ละคัน มีข้อดีของระบบนี้ก็คือ ช่วยประหยัดเชื่อเพลิงที่เป็นน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ดีมากขึ้น เป็นช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ และเครื่องยนต์ให้ดีขึ้น 

You may have missed